ชื่อสมุนไพร :
เอี๊ยะบ่อเช่า
ชื่ออื่นๆ : อี้หมู่เฉ่า (ภาษาจีนกลาง),กัญชาเทศ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Leonurus japonicas
ชื่อวงศ์ : Lamiaceae
ชื่อพ้อง : Leonurus Artemisia,Leonurus heterophyllus,Leonurus sibiricus auct. pl.,Stachys artemisia Lour

ลักษณะทางพฤกศาสตร์

เป็นพืชล้มลุกมีความสูงประมาณ 60 – 180 เซนติเมตร มีอายุเฉลี่ย ประมาณ 1 -2 ปี มีลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมยาวตรง มีขนขนาดเล็กขึ้นตลอดลำต้น ใบเป็นใบคู่ปลายเเหลม เป็นใบหยัก 5 – 9 หยัก สีเขียวเข้ม ยาวประมาณ 5 – 7 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4 – 5 เซนติเตร ดอกออกเป็นช่อขนาดเล็ก ออกจากง่ามใบ ดอกเป็นสีชมพูออกม่วงเเดง ปลายกลีบดอก 5 กลีบ กลีบดอกยาวประมาณ 9 – 12 เซนติเมตร ผลเป็นรูปสามเหลี่ยมผลแห้งสีดำน้ำตาล


ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ป้องกันภาวะสมองขาดเลือด
จากการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากเอี๊ยะบ่อเช่า ในการปกป้องสมองของ หนูเเรทที่ถูกผูกเส้นเลือดแดง เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดสมองขาดเลือด พบว่าสารสกัดจากเอี๊ยะบ่อเช่า ที่ถูกฉีดเข้าทางหน้าท้องของหนูเเรทมี ประสิทธิภาพในการลดความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายสมอง รวมทั้งสมองที่ได้รับความเสียหายได้อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ โดยในการทดลองทำการทดลองฉีดสาร LHAE ในขนาด 3.6, 7.2 และ 14.4 มก./กก. พบว่า สารสกัด LHAE ในขนาด 7.2 และ 14.4 มก./กก. ที่มีผลในการรักษา

ฤทธิ์ลดภาวะอักเสบของสมอง
ทำการศึกษา Enzyme myeloperoxidase ซึ่งเป็น enzyme ที่ บ่งบอกถึงการอักเสบเเละความเสื่อมสลายของสมองพบว่าสาร LHAE ที่สกัดจากต้นกัญชาเทศมี ประสิทธิภาพในการลด enzyme ดังกล่าวในหนูเเรทที่ได้รับสาร LHAE เมื่อเปรียบเทียบกับหนูเเรท ที่ไม่ได้รับสาร LHAE

เเละสารสกัด LHAE ในขนาด 14.4 มก./กก. มีประสิทธิภาพลดระดับของ Nitric oxide ซึ่งจะ เพิ่มขึ้นเมื่อเกิดการอักเสบหรือเกิดการตายของ cell สมอง เมื่อเปรียบเทียบกับหนูเเรทที่ไม่ได้รับสาร สกัด LHAE ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า สารสกัด LHAE มีประสิทธิภาพในการป้องกันเเละ รักษาภาวะสมอง ขาดเลือดได้

สารสำคัญที่พบได้ในเอี๊ยะบ่อเช่า
ในช่วงที่ไม่ออกดอกพบสารจำพวกอัลคาลอยด์มาก โดยสารอัลคาลอยด์ เช่น Leonurine (โดยมีฤทธิ์ในการกระตุ้นให้มดลูกบีบตัว) ,Stachydrine ,Leonuridine Leonurinine เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีสารจำพวก Flavonoids เช่น apigenin, rutin, quercitin และอื่น

สรรพคุณ

ต้นและเมล็ด : ช่วยบำรุงหัวใจ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ เเก้ปัสสาวะเป็นเลือด ขับประจำเดือน เเก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ เเละบรรเทาอาการ ปวดประจำเดือน
เมล็ด : ใช้เป็นยาลดความดันโลหิตสูง แก้ประจำเดือนไม่ปกติ ช่วยขับประจำเดือน ขับน้ำเหลืองเสีย และรักษาแผลต่าง ๆ
รากและใบ : ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้อาการปวดศีรษะ และเป็นยาขับลม
ต้น : ใช้เป็นยาแก้ไข้มาลาเรียใช้ประมาณ 3-4 กิ่ง เติมน้ำ 3 ถ้วย ต้มพอให้เดือด ใช้ดื่มครั้งละ 1 ถ้วย วันละ 3 ครั้ง
ใบ : ใช้รักษาฝีหนอง
น้ำต้ม : มีประสิทธิภาพในการบีบตัวของมดลูก เเละฆ่าเชื่อเเบคทีเรียที่ ผิวหนัง

ข้อควรระวัง สตรีตั้งครรถ์ห้ามรับประทานสมุนไพรชนิดนี้

ทดสอบความเป็นพิษ

เมื่อทำการทดลองความเป็นพิษพบว่าผงเเห้งในขนาด 5 – 25 g/kg พบว่ามีผลต่อการ ทำงานทำงานของตับเเละไต ในหนูเเรททั้งเพศผู้เเละเพศเมีย เเต่พบว่าในขนาด 0.5 g/kg ไม่มีผลค้างเคียง

เอกสารอ้างอิง

1 หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทยจีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  (วิทยา บุญวรพัฒน์).  “กัญชาเทศ”.  หน้า 64.
2 ไทยเกษตรศาสตร์.  “ข้อมูลของกัญชาเทศ”.  อ้างอิงใน : ศาสตราจารย์พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.thaikasetsart.com.  [18 มิ.. 2015].
3 อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  “กัญชาเทศ”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.pharmacy.mahidol.ac.th/siri/.  [18 มิ.. 2015].
4 หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  “กัญชาเทศ”.  เข้าถึงได้จาก : www.medplant.mahidol.ac.th.  [18 มิ.. 2015].
5 หนังสือสารานุกรมสมุนไพร รวมหลักเภสัชกรรมไทย.  (วุฒิ  วุฒิธรรมเวช).  “กัญชาเทศ”.การศึกษาทางพิษวิทยา
6.Liang H, Liu P, Wang Y, Song S, Ji A. Protective effects of alkaloid extract from Leonurus heterophyllus on cerebral ischemia reperfusion injury by middle cerebral ischemic injury (MCAO) in rats. Phytomedicine. 2011;18:811–818.