ชื่อภาษาอังกฤษ : Java tea, Kidney Tea Plant, Cat’s Whiskers
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.
ชื่อพ้อง : O. grandiflorus Bold.
ชื่อวงศ์ : Lamiaceae (Labiatae)
ชื่ออื่น: บางรักป่า (ประจวบคีรีขันธ์), พยับเมฆ (กรุงเทพมหานคร), อีตู่ดง (เพชรบูรณ์), หญ้าหนวดเสือ

ลักษณะของหญ้าหนวดแมว

หญ้าหนวดแมว เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ไม้เนื้ออ่อน สูงประมาณ 30-80 เซนติเมตร ชอบขึ้นที่ชื้น มีแดดรำไรในป่าริมลำธาร หรือน้ำตก ใบเดี่ยวสีเขียวเข้มเรียงตรงข้ามขอบใบหยักแผ่นใบรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดหรือรูปไข่มีขนตามเส้นใบ ดอกช่อ ออกตรงปลายยอด มี 2 พันธุ์ ชนิดดอกสีขาวอมม่วงอ่อน กับพันธุ์ดอกสีฟ้า ดอกบานจากล่างขึ้นข้างบน ไม่มีก้านดอก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง งอเล็กน้อย ผล เป็นผลแห้งไม่แตก มีขนาดเล็กสีน้ำตาลเข้ม มักจะออกดอกและติดผลช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม

ส่วนที่นำมาใช้เป็นเครื่องยา : ราก ทั้งต้น ใบและต้นขนาดกลางไม่แก่ไม่อ่อนจนเกินไป

สารสำคัญที่พบในหญ้าหนวดแมว

ต้นของหญ้าหนวดแมว มีสาร Hederagenin, Beta-Sitosterol และ Ursolic acid
ใบของหญ้าหนวดแมว มีสาร Glycolic acid, Potassium Salt Orthosiphonoside, Tannin, Flavone Organic acid และน้ำมันหอมระเหย

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา

ใช้ส่วนกิ่งและใบหญ้าหนวดแมว ที่ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป นำมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วผึ่งในที่ร่มจนแห้ง จากนั้นนำมา 4 กรัม ชงกับน้ำเดือดประมาณ 750 ซีซี (750 มิลลิลิตร) ดื่มแทนน้ำตลอดวัน อาจจะต้องใช้ระยะเวลานาน 1-6 เดือน จะช่วยขับปัสสาวะ

ใช้ต้นกับใบหญ้าหนวดแมว ประมาณ 1 กอบมือ (หากอยู่ในรูปแบบสดให้มีน้ำหนัก 90- 120 กรัม แต่หากอยู่ในรูปแบบแห้งให้มีน้ำหนัก 40- 50 กรัม) นำมาต้มกับน้ำ แล้วดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 ซีซีหรือ 75 มิลลิลิตร) ก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง ช่วยขับปัสสาวะ

ประโยชน์และสรรพคุณของหญ้าหนวดแมวตามตำรายาไทย

ราก

  • ช่วยขับปัสสาวะ รักษาไต แก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • รักษาโรคนิ่ว
  • รักษาโรคกระษัย
  • บรรเทาอาการปวดหลังและบั้นเอว
  • รักษาเยื่อจมูกอักเสบ

ใบ

  • ใช้เป็นยาชงแทนใบชา กินขับปัสสาวะ แก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • รักษาไต ขับกรดยูริค (uric acid) จากไต
  • รักษาโรคปวดข้อ ปวดหลัง ไขข้ออักเสบ
  • ช่วยลดความดันโลหิตรักษาโรคเบาหวาน

จากการทดสอบทางคลินิกในผู้ป่วยที่ได้รับยาชงหญ้าหนวดแมว มีการขับกรดยูริคออกมาในปัสสาวะเพิ่มขึ้น และทำให้น้ำปัสสาวะเป็นด่าง ทำให้กรดยูริคตกตะกอนน้อยลง ขยายหลอดไตให้กว้างขึ้น ทำให้อาการปวดนิ่วทุเลาลง

จากการทดสอบทางคลินิกผู้ป่วยโรคนิ่วในท่อไตที่ได้รับยาต้มหญ้าหนวดแมว มีรายงานว่าทำให้นิ่วหลุดออกได้ ลดอาการปวด ปัสสาวะสะดวกขึ้น และปัสสาวะใส 

ข้อควรระวังของการใช้หญ้าหนวดแมว

ส่วนใบของหญ้าหนวดแมว มีเกลือของโพแตสเซียมสูง จึงไม่ควรใช้กับผู้ป่วยโรคหัวใจ สตรีมีครรภ์และผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ถ้าไตทานผิดปกติจะไม่สามารถขับโพแตสเซียมออกจากร่างกายได้ อาจเกิดโทษต่อร่างกายอย่างร้ายแรง

แหล่งอ้างอิง

  1. กลุ่มยาขับปัสสาวะ ฐานข้อมูลโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_12_7.htm)
  2. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=298)
  3. หญ้าหนวดแมว ฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยมหิดล (http://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/orthosip.html