ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thumbergia laurifolia Lindl.
ชื่อวงศ์ : Acanthaceae
ชื่ออื่น: กำลังช้างเผือก ขอบชะนาง เครือเขาเขียว ยาเขียว (ภาคกลาง), คาย รางเย็น (ยะลา), จอลอดิเออ ซั้งกะ ปั้งกะล่ะ พอหน่อเตอ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), ดุเหว่า (ปัตตานี), ทิดพุด (นครศรีธรรมราช), น้ำนอง (สระบุรี), ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์)

ลักษณะของรางจืด

รางจืดเป็นไม้เถาล้มลุกเนื้อแข็งขนาดกลาง ลำต้นมีเนื้อไม้ เถาอ่อนกลมสีเขียว เป็นข้อปล้อง เถาแก่สีน้ำตาล ใบรางจืดปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนเว้า รูปไข่ เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้าม มีเส้นใบ 3 เส้นออกจากโคนใบ ดอกสีม่วงฟ้า ช่อดอกห้อยลงตามซอกใบ ใบประดับสีเขียวประแดง กลีบเลี้ยงรูปจาน ดอกรูปแตรสั้น โคนกลีบดอกสีเหลืองอ่อน เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ  ผล ผลแบบแคปซูล เป็นฝักทรงกลม ปลายผลมีจะงอยแหลมคล้ายหัวนก เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีกรูปทรงกลม

ส่วนของรางจืดที่นำมาใช้ : ใบ ราก และเถาสด

สารที่มีในรางจืด

สารฟลาโวนอยด์ (flavonoid), ฟีนอลิก (phenolic), apigenin, cosmosin, delphinidin-3,5-di-O-beta-D-glucoside, chlorogenic acid, caffeic acid, lutein

รูปแบบและขนาดวิธีใช้รางจืดในการถอนพิษ 

นำใบรางจืดสดจำนวน 10-12 ใบ มาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำซาวข้าวประมาณ 250 มิลลิลิตร คั้นเอาแต่น้ำดื่มให้หมดทันทีที่มีอาการ อาจให้ดื่มซ้ำได้อีกใน 30-60 นาทีต่อมา หรือดื่มครั้งละ 1 แก้ว (250 มิลลิลิตร) วันละ 1 ครั้ง

นำรากรางจืดสดมีอายุ 1 ปีขึ้นไปมีความยาว 1-2 องคุลี (2-4 เซนติเมตร) มาฝนหรือโคลกกับน้ำซาวข้าวหรือน้ำสะอาดประมาณ 250 มิลลิลิตร แล้วดื่มให้หมดทันทีที่มีอาการ อาจให้ดื่มซ้ำได้อีกใน 30-60 นาทีต่อมา หรือดื่มครั้งละ 1 แก้ว (250 มิลลิลิตร) วันละ 1 ครั้ง

รับประทานผงสกัดของรางจืดครั้งละ 2-3 กรัม นำผงไปชงกับน้ำร้อน 100-200 มิลลิลิตร ให้ดื่ม 3 ครั้งต่อวัน ก่อนอาหารหรือเมื่อมีอาการ

ใช้ใบรางจืดประมาณ 58 ใบ มาตำโขลกผสมกับน้ำซาวข้าว รับประทานครั้งละ 1 แก้ว (250 มิลลิลิตร) วันละ 3 เวลา แก้โรคเบาหวานตำรายาพื้นบ้านนครราชสีมา 

ประโยชน์และสรรพคุณของรางจืด

  • รางจืดชนิดเถาดอกม่วง เป็นรางจืดที่มีคุณภาพดี
  • รากและเถา มีรสเย็นจืด รับประทานแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ตำคั้นหรือเอารากฝนกับน้ำหรือต้มเอาน้ำยาดื่มถอนพิษแก้ไข้ถอนพิษยาเบื่อเมา ใช้ปรุงเป็นยาเขียว แก้ประจำเดือนไม่ปกติ  แก้ปวดหู  ตำพอก แก้ปวดบวม
  • ใบและราก  ใช้ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ เป็นยาพอกบาดแผลน้ำร้อนลวกไฟไหม้ ทำลายพิษยาฆ่าแมลง พิษจากดื่มเหล้ามากเกินไป หรือยาเบื่อชนิดต่างๆ ถ้ามีต้นรางจืดปลูกอยู่ในบ้าน ใช้ใบรางจืดไม่แก่ไม่อ่อนเกินไปนัก หรือรากที่มีอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป และมีขนาดเท่านิ้วชี้ มาใช้เป็นยาบรรเทาพิษเฉพาะหน้าก่อนนำส่งโรงพยาบาล หรือดื่มครั้งละ 1 แก้ว (250 มิลลิลิตร) วันละ 1 ครั้ง ใบ แก้โรคเบาหวาน

ข้อควรระวังของการใช้รางจืด

  • การใช้รางจืดสำหรับถอนพิษ ต้องใช้ยาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงจะเห็นผลดี ถ้าพิษยาซึมเข้าสู่ร่างกายมากแล้ว หรือทิ้งเวลาไว้ รางจืดจะได้ผลน้อยลง
  • ไม่ควรดื่มติดกันเป็นเวลานานเกิน 1 เดือน
  • อาจพบภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกิน (มีอาการใจสั่น มือสั่น เหงื่อแตก หน้ามืด วูบ) ในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับประทานยาลดน้ำตาลอยู่จึงควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับยาชนิดอื่นเป็นระยะเวลานานเนื่องจากอาจขับสารเคมี หรือตัวยาในร่างกายออก

แหล่งอ้างอิง

  1. สมุนไพรกลุ่มพืชถอนพิษ ฐานข้อมูลโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_20_4.htm)
  2. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=102)
  3. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=115)