ชื่อภาษาอังกฤษ : Indian Mulberry, Noni
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Morinda citrifolia  L.
ชื่อวงศ์: Rubiaceae
ชื่ออื่น: ยอบ้าน (ภาคกลาง), มะตาเสือ (ภาคเหนือ), ยอ แยใหญ่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน)

ลักษณะของยอบ้าน

ยอบ้านเป็นพืชไม้ต้น ความสูงประมาณ 2-6 เมตรมีเปลือกต้นสีน้ำตาลแตกเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกกิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยมใบยอเป็นรูปรีสีเขียวเข้มเป็นมัน มีความกว้างประมาณ 8-15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ใบเดี่ยว ขอบและแผ่นใบเรียบ มีหูใบขนาดใหญ่เป็นตุ่มอยู่ระหว่างโคนก้านใบ  ดอกสีขาวมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อกลมตามซอกใบ กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก ผลยอ มีลักษณะเป็นผลรวม ผิวเป็นตุ่มพองขรุขระ ผลสดแก่สีขาวอมเขียวหรือออกเหลือง เมื่อสุกมีสีขาวและมีกลิ่นเหม็นฉุน ในผลมีเมล็ดจำนวนมากสีน้ำตาล

ส่วนที่นำมาใช้เป็นยา: ใบ ราก ผลดิบ ผลสุก

สารสำคัญที่พบในยอบ้าน

ในผลยอมีสารเคมี caproic acid, caprylic acid, glucose และ Asperuloside ออกฤทธิ์ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา

ฝานผลยอโตเต็มที่แต่ไม่สุก เป็นชิ้นบางๆ นำไปคั่วหรือย่างในไฟอ่อนๆ ให้มีสีเหลืองกรอบ นำมาต้มหรือชงกับน้ำ โดยใช้ครั้งละ 1 กำมือ (ประมาณ 10-15 กรัม) แล้วจิบน้ำที่ได้ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง

การใช้ยอรักษาอาการอาเจียนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน) นำผลยอดิบฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วเอาไปตากแห้ง จึงนำมาคั่วให้แห้งเกรียม นำมาบดเป็นผง แล้วใช้ผงประมาณ 20 กรัม ชงกับน้ำเดือดใหม่ๆ 1 ลิตร วางทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วกรองเอาผงออก ได้น้ำยอมาแล้วนำมาใส่กระติกน้ำร้อนไว้ แนะนำให้จิบน้ำยาประมาณ 30 มิลลิลิตร ทุก 2 ชั่วโมง เวลาที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน

ประโยชน์และสรรพคุณของยอบ้าน

ใบยอ

  • มี vitamin A มากถึง 40,000 ยูนิตสากลต่อ 100 กรัม
  • มีสรรพคุณช่วยในการบำรุงสายตา บำรุงหัวใจ แก้ท้องร่วง
  • คั้นน้ำจากใบยอ นำมาทาแก้โรคเกาต์ แก้ปวดตามข้อเล็กๆ ของนิ้วมือ นิ้วเท้า
  • คั้นน้ำจากใบยอมาสระผมช่วยฆ่าเหาแก้กระษัย
  • ใช้ปรุงเป็นอาหาร

ราก

  • ใช้เป็นยาระบาย ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น แก้ท้องผูก แก้กระษัย
  • สกัดสีออกจากรากของต้นยอบ้านนำมาใช้เป็นสีย้อมผ้าได้สีเดิมของรากจะมีสีเหลืองหรือเหลืองปนแดง

ผลสุก

  • ใช้รับประทานโดยนำผลยอที่โตเต็มที่มาจิ้มน้ำผึ้งมีสรรพคุณเป็นยาขับลมขับลมในลำไส้และทางเดินอาหารบำรุงธาตุช่วยให้เจริญอาหาร
  • แก้เหงือกเปื่อยบวม
  • ขับเลือดลมขับโลหิตประจำเดือน

ผลดิบ

  • ใช้ต้มน้ำรับประทานกับรากผักชี
  • ใช้ในหญิงมีครรภ์ ที่มีอาการอาเจียน ช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

ข้อควรระวังของการใช้

  • ผู้ป่วยโรคไตไม่ควรดื่มน้ำลูกยอ เพราะมีเกลือโพแตสเซียมสูง อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้
  • หญิงมีครรภ์ไม่ควรบริโภคผลยอที่โตเต็มที่มากเกินไป เพราะมีฤทธิ์ขับโลหิต อาจทำให้แท้งบุตรได้

แหล่งอ้างอิง

  1. กลุ่มยาแก้อาเจียน ฐานข้อมูลโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_11_5.htm)
  2. ยอ ฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยมหิดล (http://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/morinda.html)
  3. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=111)