ชื่อภาษาอังกฤษ: Indian Senna, Tinnevelly Senna
ชื่อวิทยาศาสตร์: Senna  alexandrina  P. Miller
ชื่อวงศ์: Fabaceae (Leguminosae-Caesalpinioideae)

ลักษณะของมะขามแขก:

มะขามแขกเป็นสมุนไพรที่มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 0.5-1.5 เมตรใบเหมือนกับใบมะขามทั่วไปแต่จะยาวกว่าและที่ปลายใบแหลมกว่าและใบมีสีเขียวใบมีรสเปรี้ยวหวานชุ่ม ยอดของกิ่งมะขามแขกจะออกดอกเป็นช่อสีเหลือง กลีบดอกสีเหลือง ผลมะขามแขกเป็นฝักแบนคล้ายถั่วลันเตา มีสีเขียวใสตอนยังอ่อน เมื่อผลแก่จะกลายเป็นสีดำ มีเมล็ดในแต่ละผลประมาณ 6 เมล็ดผลมีรสเปรี้ยว การขยายพันธุ์ของสมุนไพรมะขามแขกนั้นสามารถใช้เมล็ด เพื่อขยายพันธุ์โดยการเพาะหรือใช้กิ่งปักชำ แต่สามารถงอก และเติบโตได้ดีด้วยเมล็ด การปลูกมะขามแขกควรปลูกในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ น้ำไม่ท่วมขัง และช่วงปลายฤดูฝนเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเพาะปลูกสมุนไพรมะขามแขก

ส่วนที่นำมาใช้เป็นเครื่องยา:

ใบแห้ง และฝักแห้ง ใช้เป็นยาระบายได้ดี แต่ใบจะทำให้เกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน มีอาการไซ้ท้องได้มากกว่าฝัก

สารที่มีในมะขามแขก:

ใบและฝักพบสารประกอบพวกแอนตร้าควิโนน (anthraquinones) เช่น เซนโนไซด์ (sennoside), อีโมดิน (emodin), เรอิน (rhein), และสาร anthrones dianthrones ส่งผลให้ลำไส้เกิดการบีบตัว แล้วจึงขับถ่ายออกมา

รูปแบบและขนาดวิธีใช้:

ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าการใช้มะขามแขกรักษาอาการท้องผูก ช่วยในการขับถ่าย ควรใช้ใบมะขามแขกแห้งประมาณ 1-2 กำมือ (น้ำหนักประมาณ 3-10 กรัม) แล้วนำมาต้มกับน้ำดื่มสะอาด หรือใช้วิธีบดแล้วนำเป็นผงบดของสมุนไพรมะขามแขกมาชงน้ำดื่ม หรือใช้ฝักมะขามแขก 4-5 ฝักนำมาต้มกับน้ำดื่มสะอาด แต่บางคนดื่มแล้วเกิดอาการไซ้ท้อง (ฝักจะมีผลข้างเคียงน้อยกว่าใบ) แต่หากดื่มน้ำสมุนไพรมะขามแขกร่วมกับยาขับลมจำนวนเล็กน้อยจะช่วยแก้ไขอาการไซ้ท้องได้

ปัจจุบันมีการนำสมุนไพรมะขามแขกมาแปรรูปเป็นสินค้าอย่างหลากหลายเช่นมะขามแขกแคปซูลยาชงสมุนไพรมะขามแขก สำหรับยาระบายมะขามแขกชนิดแคปซูลที่ขายตามท้องตลาด มักระบุขนาดเป็นน้ำหนักของใบมะขามแขกแห้ง ซึ่งแนะนำให้รับประทานวันละ 2-4 แคปซูล (แคปซูลละ 500 มิลลิกรัมของใบมะขามแขกแห้ง) ซึ่งมีปริมาณสารเซนโนไซด์ (sennoside) แตกต่างกันไปตามแต่ละผลิตภัณฑ์ ส่วนขนาดสารเซนโนไซด์ (sennosides) ที่แนะนำต่อวันคือ 20-30 มิลลิกรัมต่อวัน ขนาดสูงสุดที่สามารถรับประทานได้คือ 70 มิลลิกรัมต่อวัน การรับประทานยาสมุนไพรมะขามแขกค่อนข้างมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ แต่อย่างไรก็ตามควรรับประทานในขนาดที่แนะนำ และไม่ควรใช้เป็นระยะเวลาติดต่อกันนานเกิน 5-7 วัน อาจจะทำให้ลำไส้มีปัญหาในการขับถ่าย

ประโยชน์และสรรพคุณของมะขามแขก:

  • มะขามแขกเป็นยาระบายได้ดี และช่วยแก้อาการท้องผูกได้ เหมาะกับคนสูงอายุที่ท้องผูกเป็นประจำแต่ควรใช้เป็นครั้งคราว ไม่ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • มะขามแขกช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้
  • ใบมะขามแขกสามารถช่วยเรื่องการอาเจียน
  • ใบมะขามแขกมีสรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้
  • ใบมะขามแขกมีสรรพคุณสามารถแก้ริดสีดวงทวารได้
  • ใบมะขามแขกมีสรรพคุณถ่ายพิษอุจจาระเป็นมูก
  • ใบมะขามแขกมีสรรพคุณถ่ายน้ำเหลือง
  • ใบมะขามแขกมีสรรพคุณใช้ในการถอนพิษไข้ได้
  • ใบมะขามแขกมีสรรพคุณบรรเทาอาการสะอึก
  • ใบมะขามแขกมีสรรพคุณลดอาการบวมน้ำ

ข้อควรระวังของการใช้มะขามแขก:

  • มะขามแขกเป็นยาระบายชนิดที่กระตุ้นการบีบตัวและเคลื่อนตัวของลำไส้ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอาการปวดเกร็งในช่องท้อง ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้อุดตัน ปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ และในสตรีมีครรภ์ จึงไม่ควรใช้มะขามแขก
  • การใช้มะขามแขกติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการทำลายระบบประสาทที่ใช้ควบคุมการบีบตัวเคลื่อนไหวของลำไส้ จะส่งผลให้ลำไส้เกิดความเคยชินที่ต้องการสิ่งกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของลำไส้และถ่ายออกมา หากหยุดทานมะขามแขกแล้วอาจขับถ่ายยาก เนื่องจากไม่มีอะไรมากระตุ้นให้ถ่าย
  • การใช้ยาถ่ายมะขามแขกนานหรือรับประทานมากเกินไปจะทำให้ร่างกายเกิดการเสียน้ำมากเสียเกลือแร่ในร่างกายไปโดยเฉพาะโพแทสเซียมอาจเกิดอาการคลื่นไส้ไม่สบายท้องเสียดท้องปวดมวนในท้องมีถ่ายเหลวมากเกินจนทำให้รู้สึกไม่มีแรง
  • การใช้มะขามแขกปริมาณสูงเป็นเวลานานทำให้เป็นพิษต่อตับได้
  • สำหรับคนที่ต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานมะขามแขกคือผู้หญิงมีครรภ์หรือมีประจำเดือน
  • ผู้หญิงที่อยู่ในระหว่างให้นมบุตรสามารถใช้มะขามแขกเป็นยาระบายได้ แม้ว่าอนุพันธ์ของสาร anthraquinone ที่มีในมะขามแขก จะสามารถผ่านออกมากับน้ำนมได้เมื่อใช้ในขนาดปกติ แต่ความเข้มข้นดังกล่าวไม่ส่งผลต่อเด็กทารกที่ได้รับน้ำนม

แหล่งอ้างอิง:

  1. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=100)
  2. สมุนไพรกลุ่มยาถ่าย ฐานข้อมูลโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_05_7.htm)
  3. Senna monograph (http://www.drugs.com/monograph/senna.html)
  4. ฐานข้อมูลสมุนไพรมะขามแขก มหาวิทยาลัยมหิดล (http://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/cassiaan.html)
  5. มะขามแขก สรรพคุณคือตัวเต็งเรื่องยาระบาย (http://siamherbs.blogspot.com/2014/09/indian-senna.html)