ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia alata Linn.
ชื่อวงศ์ :FABACEAE (LEGUMINOSAE)-CAESALPINIOIDEAE
ชื่อท้องถิ่น : ชุมเห็ดใหญ่,ลับหมื่นหลวง,ชี้คาก,หมากกะลิงเทศ(เหนือ),กิเกีย,ชุมเห็ดควาย,ชุมเห็ดเล็ก,พรมดาน,ลับมืนน้อย,หญ้าลึกลืน,หน่อปะหน่าเหน่อ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ของชุดเห็ดไทย

ชุมเห็ดไทย เป็นไม้ล้มลุก เป็นพุ่มขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 2-3 เมตร ใบเรียงสลับกัน เป็นแบบขนนก รูปไข่ ดอกมีกลีบสีเหลือง กระจาย ซึ่งจะแตกต่างจาก ดอกชุมเห็ดเทศ จะเป็นช่อยาวๆ และดอกของชุมเห็ด จะออกตามซอกของใบ หรือปลายกิ่ง ผลจะเป็นรูปทรงกระบอก มีลักษณะโค้ง เมล็ดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ฝักเป็นจีบ ยาว 4 นิ้ว เมื่อแก่จะแตกออก

ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ  คือ ใบ, เมล็ด

สารสำคัญที่พบได้ใน สมุนไพรชุมเห็ดไทย

เมล็ดในสมุนไพร ชุมเห็ดไทย มีสารกลุ่ม anthraquinone glycoside คือ emodin aloe-emodin chrysophanol chrysophanic acid-9-anthrone physicone rhein alaternin cassiaside  rubrofusarin-gentiobioside aurantio-obtusin, obtusin 1-desmethylaurantio-obtusin

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ของ สมุนไพรชุมเห็ดไทย

ฤทธิ์ต้านเชื้อรา

  • จากงานวิจัยของ Timothy SY , Wazis CH, Adati RG ในการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อราของสกัดหยาบของใบชุมเห็ดไทย โดยทดสอบหาฤทธิ์ต้านเชื้อรา pathogenic fungi ผลพบว่า สารสกัดสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ Candida albicans, Microsporum canis and Trichophyton mentagrophyte ได้ดีกว่า ketoconazole 200 mg  (p<0.05) โดยขึ้นกับปริมาณที่ให้
  • พบว่าความเข้มข้นต่ำสุดที่ยับยั้งเชื้อ Candida albicans, Aspergillus niger, Penicillium notatum, Microsporium canis and Trichophyton mentagrophytes ได้คือ 5.60 mg, 3.50 mg, 4.90 mg, 12.60 mg and 9.80  ตามลำดับ

ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย

  • จากงานวิจัยของ Z.U. Faruq , A. Rahman ได้ทดลองนำสารสกัดใบและเมล็ดชุมเห็ดไทย   มาทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย E coli, Bacillus subtilis พบว่าสารสกัดใบชุมเห็ดไทยไม่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวได้ แต่สามารถต้านเชื้อ B. Subtilis ได้  
  • สารสกัดของใบชุมเห็ดไทยความเข้มข้น  200 mg/ml เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อ E. Coli  พบว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อได้เล็กน้อย เมื่อเทียบกับยาปฏิชีวนะ gentamicin 200 mg/ml  
  • สาร quinizarin จากเมล็ดชุมเห็ดไทย ความเข้มข้น 1 mg/แผ่น มีฤทธิ์ยับยั้งอย่างแรงต่อเชื้อแบคทีเรีย Clostridium perfringens ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียจากอาหารเป็นพิษ  แต่ไม่มีผลต่อเชื้อแบคทีเรีย Bifidobacterium  adolescentis, B. bifidum, B. longum และ Lactobacillus casei ที่อยู่ในลำไส้ของคน

ฤทธิ์แก้ท้องผูก

  • จากงานวิจัยที่นำผู้มีอาการท้องผูกมาอย่างน้อย 3 วัน มาทดลอง รับยาที่ได้รับ สารสกัดจากใบชุมเห็ดไทย  Cassia alata 120 ml  และดูผลภายใน 24 ชม พบว่า 83% มีการถ่ายอุจจาระในขณะที่กลุ่มที่ได้ placebo มีเพียงแค่ 18% เท่านั้นที่ถ่าย
  • เมื่อมีการทดสอบกับการบีบตัวของลำไส้เล็กพบว่า มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบลำไส้เล็กส่วนปลาย ของหนูตะเภา  และลำไส้เล็กส่วนกลาง ของกระต่าย

สรรพคุณ ของ สมุนไพร ชุมเห็ดไทย

  • รักษาอาการท้องผูก:ใช้ดอกสด 2-3 ช่อ ต้มจี้มน้ำพริกรับประทาน หรือ ใช้ใบ  12 ใบ หั่นฝอย ต้มหรือชงน้ำร้อนดื่มครั้งละ 1 ถ้วยกาแฟ หรือปั้นเม็ดรับประทานก่อนนอน
  • รักษาโรคกลาก : ใช้ใบสดกับกระเทียมหนักเท่ากัน ใส่ปูนกินหมากเล็กน้อย ตำผสมกัน ขูดบริเวณที่เป็นโรคพอแดงๆ ทาเช้า เย็น จนหาย แล้วทาต่ออีก 7 วัน
  • รักษาฝี แผลพุพอง : ใช้ใบสดและก้าน 1 กำมือ เติมน้ำท่วมยาต้มให้น้ำเหลือ  1 ใน 3 ส่วน ล้างและทาบริเวณที่เป็นโรค เช้า เย็น ถ้าเป็นมาก ใช้ใบสด  10 กำมือ ต้มอาบ

การทดสอบความเป็นพิษ

จากงานวิจัยของ  Pieme ทดสอบสารสกัดใบชุมเห็ดไทย โดยฉีดเข้าช่องท้องในหนูหลังจากให้ 20g /kg ใน 120 นาที พบว่าหนูมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป แต่หายเป็นปกติเองใน 24 ชมและไม่พบผลข้างเคียงใดเมื่อให้น้อยกว่า 12 g/kg ขนาดต่ำสุดที่ทำให้หนูทดลองตาย 50 % คือ 18.5g/kg ดังนั้นสารสกัดจึงค่อนข้างปลอดภัยสำหรับหนูกลุ่มควบคุมที่ได้น้ำกลั่น 500 หรือ 1000 mg/kg ของสารสกัดทุก 48 ชมเป็นเวลา 26 วันพบว่าหนูมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

เอกสารอ้างอิง

  1. นายวุฒิ วุฒิธรรมเวช.คัมภีร์เภสัชรัตนโกสินทร์.กรุงเทพฯ: พิมพ์ครั้งที่ 3; ศิลป์สยามบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด, 2550.
  2. Timothy SY, Wazis CH, Adati RG and Maspalma ID .Antifungal Activity of Aqueous and Ethanolic Leaf Extracts of Cassia Alata Linn.2012: 182-185 .
  3. V Thamlikitkul .Randomized controlled trial of Cassia alata Linn. for constipation.[Internet]. 1990 Apr;73(4):217-222[cited 2016 March 21]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/2203870
  4. Pieme c.Evaluation of acute and sub acute toxicites of aqueous ethanolicextract of leaves of Senna alata (L.) Roxb (Ceasalpiniaceae).African Journal of Biotechnology.2006;5(3):283-289[cited 2016 March 22]. Available from: https://www.ajol.info/index.php/ajb/article/view/137788/127351