ชื่อสมุนไพร : ชะมวง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 
Garcinia cowa Roxb. ex Choisy
ชื่อวงศ์ : Clusiaceae
ชื่อภาษาอังกฤษ : Cowa
ชื่ออื่นๆ : หมากโมง (อุดรธานี), กะมวง (ใต้), ส้มมวง (นครศรีธรรมราช) ส้มโมง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 

ไม้ยืนต้น ขนาดเล็กถึงกลาง มีน้ำยางสีเหลือง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปวงรีแกมใบหอกหรือรูปขอบขนาน ผิวใบเป็นมัน ใบอ่อนสีเขียวอ่อนหรือเขียวอมม่วงแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม บริเวณปลายกิ่งมักแตกเป็น 1-3 ยอด ดอกแยกเพศ อยู่คนละต้น ดอกตัวผู้ออกตามกิ่งเป็นกระจุก เกสรตัวผู้มีจำนวนมากเรียงกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม กลีบดอกสีเหลือง 4 กลีบ รูปรี แข็งหนา มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยง 4 กลีบ ดอกตัวเมียเป็นดอกเดี่ยว ดอกมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย เกสรเพศเมียออกปลายกิ่ง เกสรเพศผู้เทียมเรียงอยู่รอบๆรังไข่ ผลสด รูปกลมแป้น ผิวเรียบ เมื่อสุกสีเหลืองแกมส้มหม่น มีร่องตื้นๆ 5-8 ร่อง ด้านบนปลายบุ๋ม และมีชั้นกลีบเลี้ยง 4-8 แฉกติดอยู่ เนื้อหนา สีเหลือง มีรสฝาด มีเมล็ดขนาดใหญ่ 4-6 เมล็ด รูปรี หนา ใบมีรสเปรี้ยว นำมาใส่แกง ปรุงอาหาร หรือกินเป็นผักสด ผลเมื่อสุกรับประทานได้ มีรสเปรี้ยว แต่มียางมากทำให้ติดฟัน

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์  ราก ดอก ผล ใบ  ลำต้น

ฤทธิ์เภสัชวิทยา 

สารสกัดเฮกเซน และไดคลอโรมีเทนจากใบ ในขนาด 10 ug/mL  จากการศึกษาในหลอดทดลอง (invitro enzymatic test) พบว่ามีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ HMG-CoA reductase ได้อย่างสมบูรณ์ ร้อยละ 100 และ 80.55 ตามลำดับ ซึ่งเป็นการยับยั้งการทำหน้าที่ของเอนไซม์ที่ใช้ในการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล และสารสกัดทั้งสองยังยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ pancreatic lipase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยไขมัน จึงมีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือด

สารสำคัญที่พบ

สารสกัดจากเปลือกผล ลำต้น และใบที่ส่วนมากเป็นสารในกลุ่มแซนโทนหลายชนิด ออกฤทธิ์ในทางเภสัชกรรมหลายด้าน อาทิ

ออกฤทธิ์ยับยั้งพิษ aflatoxin B1

ออกฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง

ออกฤทธิ์ต้านการเสื่อมของเซลล์ กระตุ้นการทำงานของเซลล์ เช่น เซลล์ผิวหนัง เซลล์ตา เซลล์ตับ เป็นต้น

ออกฤทธิ์ปกป้องเซลล์จากสารพิษ โดยเฉพาะเซลล์ตับ

ออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เช่น แบคทีเรียก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น Staphylococcus aureus และเชื้อราก่อโรคผิวหนัง

สาร 7-O-methylgarcinone E, cowaxanthone, cowanin, cowanol และ β-mangostin ออกฤทธิ์ต้านเชื้อ Plasmodium falciparum ของโรคมาลาเลีย

สาร cowaxanthone, cowanin, cowanol และสาร fuscaxanthone มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

องค์ประกอบทางเคมี  ใบพบสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ ชนิด C-glycosideได้แก่ vitexin, orientin สารกลุ่มสเตียรอยด์ ได้แก่ beta-sitosterol

สรรพคุณ และ การนำมาใช้

ราก มีรสเปรี้ยว แก้ไข้ตัวร้อน แก้บิด แก้เสมหะ

ผล หั่นเป็นแว่นตากแห้ง ใช้กินเป็นยาแก้บิด  ผลเมื่อสุกรับประทานได้ มีรสเปรี้ยว แต่มียางมากทำให้ติดฟัน  เป็นยาระบาย แก้ไข้ กระหายน้ำ กัดฟอกเสมหะ แก้ธาตุพิการ

ใบและดอก มีรสเปรี้ยว ปรุงเป็นยากัดฟอกเสมหะ และโลหิต แก้ไอ ผสมกับยาชนิดอื่นๆปรุงเป็นยาขับเลือดเสีย  หรือเป็นยาระบายท้อง แก้ไข้  รักษาธาตุพิการ  หรือจะนำใบมาใส่แกงปรุงอาหาร หรือกินเป็นผักสดก็ได้เช่นกัน

แกงหมูชะมวง

เป็นอาหารพื้นบ้านของทางฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย คือ จันทบุรี ระยอง ตราด ส่วนใหญ่นำมาใช้ในงานพิธีต่างๆ เช่น งานบวช งานแต่ง หรือ นำมาเลี้ยงแขกบ้านแขกเมือง และรสชาติอาหาร ส่วนใหญ่จะหวาน ถึงแม้ว่า ใบชะมวงจะมีรสชาติเปรี้ยว แต่เมื่อทำเป็นแกง จะมีรสชาติ หวานนำ ขึ้นมาโดนเด่น ทำให้ รับประทานได้ง่าย

เอกสารอ้างอิง

1.ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=219)
2.โครงการเผยแพร่และอนุรักษ์อาหารไทยผ่านเว็บไซต์สถาบันโภชนาการ /ตำรับอาหารไทย(http://www.inmu.mahidol.ac.th/gallery/inmucooking/Eastern_food)