ชื่อภาษาอังกฤษ :  Siamese rough bush, Tooth brush tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Streblus asper  Lour.
ชื่อวงศ์ : Moraceae
ชื่ออื่น: ตองขะแหน่ (กาญจนบุรี), กักไม้ฝอย (ภาคเหนือ), ส้มพอ (เลย), ส้มพล, ส้มฝ่อ, ซะโยเส่, สะนาย, ขรอย, ขันตา

ลักษณะของข่อย

ไม้ต้นหรือไม้พุ่มขนาดกลาง กิ่งก้านคดงอ เปลือกต้นบางผิวขรุขระเปลือกสีเทาอมเขียวมียางขาวข้นออกมาจากเปลือก ใบสีเขียวรูปรีปลายใบแหลมขอบใบหยักออกเรียงสลับเป็นใบเดี่ยวโคนใบสอบผิวใบสากมือ ดอกดอกสีเขียวอ่อนมีกลิ่นหอมออกเป็นช่อสั้นตามซอกใบดอกย่อยขนาดเล็กมากดอกแยกเพศ ผลผลสดจะมีรูปร่างเป็นทรงกลมผลมีเนื้อผนังผลชั้นในแข็งเมื่ออ่อนมีสีเขียวหากสุกเป็นสีเหลืองใสฉ่ำน้ำมีเมล็ดเดี่ยวเมล็ดกลมแข็ง

ส่วนของข่อยที่นำมาใช้เป็นเครื่องยา: เปลือกต้น, กิ่งสด, เมล็ด, ราก ใบ

สารสำคัญที่พบได้ในข่อย

ทั้งต้น มีสารพวกลินาโลออล (linalool), โนนานาล (nonanal), ดีคาลนาล (decanal) และวิตามินซี

ผล จะมีไขมันประมาณ 26% และน้ำมันหอมระเหยประมาณ 1-1.4% ซึ่งในน้ำมันประกอบด้วยสารพวกเทอปีน (terpenes) และพวกเจอรานิออล (geranilo) พวกแอลกอฮอล์การบูร (camphor) และมีน้ำตาลซูโครส (sucrose) น้ำตาลฟลุกโตสที่พบในผลไม้ (fructose) และน้ำกลูโคส

เมล็ด จะมีสารประกอบพวกไนโตรเจน 13-15%, สารอนินทรีย์ 7%, มีน้ำมันระเหย 1% ซึ่งมีสารส่วนใหญ่ในน้ำมันระเหยนั้นเป็น d-linalool

ราก พบสารที่มีฤทธิ์ต่อหัวใจ Cardiac glycoside มากกว่า 30 ชนิด เช่น asperoside, strebloside, glucostreblolide

รูปแบบและขนาดวิธีใช้สมุนไพรข่อย

ตัดกิ่งสดของข่อย ยาว 13-15 เซนติเมตรหั่นต้มใส่เกลือเคี่ยวให้งวดเหลือน้ำครึ่งเดียวแล้วนำมาอมเวลาเช้าและเย็นทำให้ฟันทนลดอาการปวดฟัน

นำเปลือกของข่อยมาต้มในน้ำดื่มสะอาดแล้วดื่มเพื่อแก้บิดรักษาท้องเสียแก้ไข้

เอาเปลือกต้นข่อยมามวนสูบแก้ริดสีดวงจมูก

นำเมล็ดมารับประทานและต้มในน้ำสะอาดแล้วใช้อมบ้วนปากเพื่อกำจัดเชื้อโรคในช่องปากและทางเดินอาหารช่วยให้ช่องปากสะอาดรวมทั้งใช้เป็นยาอายุวัฒนะ

นำใบข่อยมาคั่วให้แห้งแล้วเอามาชงน้ำดื่มบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน

ประโยชน์และสรรพคุณของสมุนไพรข่อย

กิ่งสด  ฆ่าเชื้อในปากทำให้เหงือกและฟันทนแข็งแรงไม่ปวดฟันป้องกันฟันผุ

เปลือกต้น  แก้ริดสีดวงจมูก

เปลือก แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้ไข้ ช่วยฆ่าเชื้อในทางเดินอาหาร รักษาโรครำมะนาด ชะล้างบาดแผล สมานแผล และโรคผิวหนัง

เมล็ด ช่วยฆ่าเชื้อในช่องปากและในทางเดินอาหารช่วยขับลมในท้องบำรุงธาตุใช้เป็นยาอายุวัฒนะ

รากเปลือก ช่วยบำรุงหัวใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. กลุ่มยาแก้ปวดฟัน ฐานข้อมูลโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_18_1.htm)
  2. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=21)
  3. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=37)