ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia siamea (Lamk.) Irwin et Barneby
ชื่อวงศ์ : FABACEAE (LEGUMINOSAE -CAESALPINIOIDEAE)
ชื่อพ้อง : Cassia  florida   Vahl, Cassia  siamea   Lam.
ชื่ออังกฤษ : Cassod tree, Siamese senna, Thai copperpod, Siamese cassia
ชื่อท้องถิ่น : ขี้เหล็กแก่นขี้เหล็กบ้านขี้เหล็กหลวงขี้เหล็กใหญ่ผักจี้ลี้แมะขี้เหละพะโดยะหา

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 8-15 เมตร ลำต้นมักคดงอ เปลือกมีสีเทาถึงน้ำตาลดำแตกเป็นร่องตื้น ๆ ตามยาว แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแคบ ส่วนลักษณะของผลขี้เหล็ก มีลักษณะเป็นฝักแบนกว้าง 1.4 เซนติเมตร ยาว 15-23 เซนติเมตร มีความหนา มีสีน้ำตาล มีเมล็ดหลายเมล็ด ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ออกเรียงสลับกัน  ตัวใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน ด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนนุ่ม ดอกออกเป็นช่อ ออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกมีสีเหลือง 

ส่วนที่ใช้และสรรพคุณ

ใบ, ดอก    สามารถนำมา รักษาอาการท้องผูก ใช้เป็นยาระบาย

สารสำคัญที่พบได้ใน ขี้เหล็ก

Anthraquinone (มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย)

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้  

ในห้องทดลอง ได้นำสารสกัดใบขี้เหล็ก ด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 25 ผลพบว่า เพิ่มการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้กบและสุนัข

ฤทธิ์เป็นยาถ่าย

ขี้เหล็กมีสาร anthraquinone ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย จากการศึกษาพบว่าสารสกัดจากใบด้วยน้ำร้อน มีฤทธิ์เป็นยาถ่ายในหนู

ความเป็นพิษ

การทดสอบความเป็นพิษ

มีการศึกษาพิษเฉียบพลันของสารสกัดจากใบขี้เหล็ก โดยป้อนและฉีดสารสกัดใบขี้เหล็กเข้าใต้ผิวหนังของหนู ขนาด 10 g/kg ไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง เมื่อฉีดสารสกัดใบขี้เหล็กด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 แก่หนูตัวเมีย พบว่าขนาดที่ทำให้หนูตายครึ่งหนึ่งคือ 1 g/kg แสดงว่าสารสกัดมีพิษระดับปานกลาง  

ส่วนการทดสอบพิษแบบเฉียบพลันอีกการทดลองหนึ่งพบว่าใบขี้เหล็กมีผลทำให้สัตว์ทดลองตาย เมื่อนำส่วนสกัดอัลคาลอยด์จากใบขี้เหล็กมาป้อนหนูในขนาดเทียบเท่าผงใบแห้ง 70 g/kg ไม่พบพิษ  เมื่อผสมสารสกัดขี้เหล็กลงในอาหารให้สุนัขกิน พบว่าสุนัขอาเจียน และเมื่อทดลองในอาสาสมัคร 21 คน พบว่ามีอาการท้องเสีย 1 คน การทดลองทางคลินิก พบว่าขนาดที่ปลอดภัยคือ 4-8 g หรือประมาณ 0.8-0.1 g/kg ในอาสาสมัครที่ให้สารในขนาด 6 g ไม่พบว่าเป็นอันตราย         

พิษต่อตับ

มีรายงานการเกิดตับอักเสบเฉียบพลันในผู้ที่รับประทานใบขี้เหล็กเพื่อช่วยให้นอนหลับ แต่เมื่อหยุดยาอาการตับอักเสบก็ลดลงเป็นปกติ นอกจากนี้ยังมีการทดลองในหนู โดยให้บาราคอล ซึ่งเป็นสารจากขี้เหล็ก ในขนาด 60, 100 และ 120 มิลลิกรัม/กิโลกรัม พบว่าหลังจากนั้น 24 ชั่วโมง ยังไม่พบความผิดปกติของตับ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาพาราเซตามอลขนาดสูงซึ่งเป็นพิษต่อตับ การศึกษาพิษแบบกึ่งเฉียบพลัน โดยให้บาราคอลขนาด 60, 120 และ 240 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าน้ำหนักของหนูที่ได้รับบาราคอลจะลดลง ไม่พบการตายของเซลล์ตับ แต่มีบิลิรูบิน (bilirubin) เพิ่มขึ้นแสดงว่าตับมีการทำงานเพิ่มขึ้น และพบการเปลี่ยนแปลงของการย่อยไขมัน โดยจะขึ้นกับขนาดของบาราคอลที่ได้รับ ซึ่งผลดังกล่าวสามารถกลับสู่ปกติได้เมื่อหยุดใช้

วิธีการใช้

ใช้ใบขี้เหล็ก 4-5 กำมือ ต้มเอาแต่น้ำดื่มก่อนอาหาร เพื่อรักษาอาการท้องผูก

เอกสารอ้างอิง

  1. Medplant. ขี้เหล็ก [internet].2017 [cited 2017 March 1].Available from: http://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/index.asp?kw=%A2%C1%D4%E9%B9%AA%D1%B9
  2. Medthai.ขี้เหล็ก.[internet].2013 [cited 2017 March 1].Available from: https://medthai.com