ชื่ออื่น ขมิ้นแกง ขมิ้นหยวก ขี้มิ้น ตายอ สะยอ หมิ้น(ภาคใต้) ขมิ้นหัว(เชียงใหม่)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma longa L
ชื่อพ้อง Curcuma domestica Valeton
ชื่อวงศ์ Zingiberaceae
ชื่ออังกฤษ Turmeric
ส่วนที่ใช้ เหง้าสด เหง้าแห้ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ขมิ้นชัน เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เนื้อในสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอม ใบออกเป็นรัศมีติดผิวดิน  ดอกออกเป็นช่อ ทรงกระบอก แทงออกจากเหง้า  มีใบประดับรูปหอก สีเขียวอ่อนหรือสีขาว เรียงซ้อนกัน รองรับดอกย่อยแต่ละดอก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูปท่อ มีขนกลีบดอกสีขาว โคนเชื่อมติดกันเป็นท่อยาวปลายแยกเป็น 3 แฉก เกสรเพศผู้ลักษณะคล้ายกลีบดอก ยอดเกสรเพศเมียรูปปากแตร รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2 ใบ เหง้ารูปไข่ มีแง่งแขนงรูปทรงกระบอก หรือคล้ายนิ้วมือ ตรงหรือโค้งเล็กน้อย     ยาว 4-7 เซนติเมตร กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร หนาประมาณ 1-1.8 เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างตัด สีภายนอกสีน้ำตาลถึงเหลืองเข้มๆ มีรอยย่นๆตามความยาวของแง่ง มีวงแหวนตามขวาง (leaf scars) บางทีมีแขนงเป็นปุ่มเล็กๆสั้นๆ หรือเห็นเป็นรอยแผลเป็นวงกลมที่ปุ่มนั้นถูกหักออกไป ผิวนอกสีเหลืองถึงสีเหลืองน้ำตาล สีภายในสีเหลืองเข้มหรือสีส้มปนน้ำตาล เป็นมัน แข็งและเหนียว เมื่อบดเป็นผงมีสีเหลืองทองหรือสีเหลืองส้มปนน้ำตาล กลิ่นหอมเฉพาะตัว รสขม ฝาด  เฝื่อน  เผ็ดเล็กน้อย

สรรพคุณ

รักษาแผล แมลงกัดต่อย กลากเกลื้อน ป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร    รักษาอาการท้องเสีย

องค์ประกอบทางเคมี

สารกลุ่มเคอร์คิวมินนอยด์ (curcuminoids) : เคอร์คิวมิน (curcumin), monodesmethoxycurcumin,bisdesmethoxycurcumin

น้ำมันระเหยง่าย (volatile oil) : มีสีเหลืองอ่อน สารหลักคือเทอร์เมอโรน (turmerone) 60%, ซิงจิเบอรีน (zingiberene) 25%, borneol, camphene, 1, 8 ciniole , sabinene, phellandrene

สารสำคัญที่เชื่อว่าเป็นสารออกฤทธิ์ หรือสารที่ใช้ประเมินคุณภาพของสมุนไพร ag-turmerone, curcumin และอนุพันธ์ของ curcumin เป็นสารออกฤทธิ์ป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และ การทดลอง

ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลและสมานแผลในกระเพาะอาหาร  ขมิ้นชนมีฤทธิ์สมานแผลในกระเพาะอาหาร โดยเร่งการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น กระตุ้นการหลั่ง mucin มาเคลือบกระเพาะอาหารและยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยต่าง ๆ
การทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องจากแผลในกระเพาะอาหารให้ผลการรักษาเทียบเท่ายาลดกรด และ มีการศึกษาถึงผลของขมิ้นชัน ต่อระบบทางเดินอาหารอีกมากมาย พบว่าขมิ้นชัน มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ ฤทธิ์ขับน้ำดี  ฤทธิ์ลดอาการแน่นจุกเสียด  และฤทธิ์รักษาอาการท้องเสีย มีฤทธิ์ขับลม ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ กระตุ้นการหลั่งสารเมือกมาเคลือบ และยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยต่างๆ และ การสมานแผลในกระเพาะอาหาร

ฤทธิ์ลดการอักเสบ  การศึกษา ขมิ้นชันแบบ  randomized, double-blind, placebocontrolled, cross-over study ในผู้ป่วยข้อกระดูกอักเสบเรื้อรังจำนวน 42 คน โดยใช้ยาสมุนไพรที่มีส่วนประกอบของเหง้าขมิ้น 50 มิลลิกรัม/แคปซูล 650 มิลลิกรัม พบว่าการได้รับยาสมุนไพรดังกล่าวสามารถลดความเจ็บปวดที่รุนแรงได้ และยังพบว่าสามารถต้านการอักเสบของลำไส้ใหญ่

ฤทธิ์ต้านการแพ้ สาร curcumin มีฤทธิ์ต้านการแพ้ โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งสาร histamine (สารสื่อกลางที่กระตุ้นให้เกิดการแพ้) โดย ทดลองในหนู ที่ถูกป้อนขมิ้นชัน เข้าทางปากในขนาด 300 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม นอกจากนี้ สารสกัดขมิ้นชัน ยังมีกลไกการออกฤทธิ์เหมือนยาต้านฮีสตามีน dimaprit ในหลอดทดลองได้อีกด้วย

ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ ขมิ้นชันมีผลยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและสารพิษที่สร้างโดยแบคทีเรียหลายชนิดในหลอดทดลอง เช่น Staphylococci ซึ่งเป็นสาเหตุของหนอง Samonella  Shigella และ E.coli ซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร และ Streptococcus mutans ที่เป็นสาเหตุของฟันผุ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อบิดมีตัว ฆ่าพยาธิ ต้านเชื้อ Helicobacter  pylori และเชื้อราบางชนิด

ฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบ สารสกัดของขมิ้นชัน สามารถป้องกันการทำลายตับของหนู จากยาพาราเซตามอล  D-galactosamine เอทานอล ได้จากผลการทดลองกับเซลล์ตับในหลอดทดลอง

ฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์และต้านการเป็นพิษต่อยีน  สารสกัดด้วยน้ำของขมิ้นชัน มีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์เมื่อทำการทดสอบในเชื้อแบคทีเรียและในหนู  สารในกลุ่ม phenolic จากขมิ้นมีฤทธิ์ป้องกันความเสียหายของสารพันธุกรรมเมื่อทำการศึกษาในเซลล์ lymphoblastoid TK6 ของมนุษย์

ฤทธิ์สมานแผล ผงขมิ้นชัน ที่นำมาผสมกับน้ำแล้วทาแผล พบว่าช่วยเร่งให้แผลที่ไม่ติดเชื้อของกระต่ายและหนูหายได้23.3% และ24.2% ตามลำดับ และสามารถเร่งให้แผลที่มีการติดเชื้อของหนูหายได้26.2% ในการทดลองทางคลินิก โดยทายาสมุนไพรซึ่งมีขมิ้นชันเป็นส่วนประกอบที่ผิวหนัง พบว่ามีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวขึ้นใหม่

วิธีการนำมาใช้ ของ ขมิ้นชัน

ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

ใช้รักษาแผล แมลงกัดต่อย โดยใช้ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหมู 2-3 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ คนจนน้ำมันกลายเป็นสีเหลือง ใช้น้ำมันที่ได้ใส่แผล หรืออาจตำจนละเอียดคั้นเอาน้ำใส่แผล โดยก่อนใส่แผลอาจผสมน้ำปูนในสารส้มหรือดินประสิวเล็กน้อยก่อนพอกบริเวณที่เป็นแผล ใช้รักษากลาก เกลื้อน โดยผสมผงขมิ้นกับน้ำ แล้วทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน 2 ครั้งต่อวัน

ตามคำแนะนำของ ตำราสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ 

รับประทานขมิ้นชัน ครั้งละ 2 – 4 แคปซูล (มีผงขมิ้นชัน 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม) วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน บรรเทาอาการจุดเสียด

เอกสารอ้างอิง

  1. Medplant. ขมิ้น [internet].2017 [cited 2017 Feb 28].Available from http://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/curcuma.html
  2. Thaicrudedrug.ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบล.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=34
  3. ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.สมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ.กรุงเทพฯ:ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล