ชื่ออื่นๆ : พญายา(กลาง ราชบุรี) ขะแจะ (เหนือ) ตุมตัง (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ตะนาว (มอญ)พุดไทร ชะแจะ กระแจะจัน พินิยา ฮางแกง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hesperethusa crenulata (Roxb.) Roem
ชื่อพ้อง :  Naringi crenulata (Roxb.) Nicolson., Limonia crenulata (Roxb.)
ชื่อวงศ์ : Rutaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้พุ่มกึ่งไม้ต้น หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เนื้อไม้สีขาว เปลือกต้นสีน้ำตาล ขรุขระ ลำต้นและกิ่งมีหนาม  ไม่ผลัดใบ สูง 8-15 เมตร ลำต้นตรง แตกกิ่งต่ำ กิ่งก้านตั้งฉากกับลำต้น ใบเป็นประกอบแบบขนนกชั้นเดียว เรียงสลับ ใบย่อย 4-13 ใบ รูปรีแกมไข่กลับ ก้านใบแผ่เป็นปีก เนื้อใบบางเมื่อส่องดูจะเห็นต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาวหรือสีขาวอมเหลือง กลีบดอกมี 4 กลีบ เกสรตัวผู้มี 8 อันผลรูปทรงกลม เมื่ออ่อนสีเขียว แก่จัดสีม่วงคล้ำหรือสีดำ  เนื้อไม้ เมื่อตัดมาใหม่ๆ จะมีสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ถ้าทิ้งไว้นานๆจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลปนเหลืองอ่อน ชาวพม่านิยมนำมาทำเครื่องประทินผิวเรียกว่า “กระแจะตะนาว” หรือ “Thanatka” ชื่อไม้ชนิดนี้เรียกตามชื่อเทือกเขาตะนาวศรีพบตามป่าเบญจพรรณทั่วไป ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ออกดอกราวเดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม ผลจะแก่ราวเดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม

ส่วนที่ใช้ คือ ใบ ราก ผล ลำต้น เนื้อไม้

กลุ่มสารสำคัญ/สารสำคัญ

  • Coumarin: Suberosin, Suberenol, Marmesin
  • Quinolone: 4-methoxy-1-methyl-2-quinolone, 2-hydroxyquiolone
  • Indole alkaloid: N-acetyl-N-methyltryptamine, Tanakine, Tanakamine
  • สารอื่นๆ ที่พบ
  • Sterol: β-sitosterol
  • Arbutin

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาเพื่อประโยชน์ทางเครื่องสำอาง

  • Marmesin  เป็นสารกรองแสงอัลตร้าไวโอเลตที่ก่อให้เกิดการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังโดยกระตุ้นการสังเคราะห์เอนไซม์ Matrix-metalloproteinase-1, MMP-1 ซึ่งจะไปตัดเส้นใยโปรตีนคอลาเจนที่ช่วยคงความแข็งแรง และยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อผิวหนังและลดการสังเคราะห์โปรคอลาเจนพบว่าสารสกัดลำต้นกระแจะสามารถยับยั้ง MMP-1 และเพิ่มการสร้างโปรคอลาเจน
  • Arbutin มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสี Melanin ได้ ซึ่งปกติ Melanin เป็นต้นเหตุของฝ้า กระ และรอยหมองคล้ำด่างดำของผิว กระแจะยังมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่กระตุ้นในเกิดเม็ดสี Melanin
  • Suberosin มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยป้องกัน และรักษาสิว
  • Coumarins ทำให้กระแจะมีกลิ่นหอม และจากการศึกษาพบว่าไม่มีความเป็นพิษต่อหน่วยพันธุกรรม และความเป็นพิษต่อเซลล์

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาจากรายงานวิจัย

ฤทธิ์ของการคัดกรองรังสี UV

มีการศึกษาที่ทำการตรวจวัดการคัดกรองรังสี UV  มีการวัดโดยใช้Spectrophotometer UV-Vis โดยการสแกนความยาวคลื่นที่  200-400 นาโนเมตรในการตรวจสอบในช่วงของรังสี UVA (315- 400 มิลลิเมตร) และยูวีบี (315-280 นาโนเมตร) ที่ความเข้มข้น 0.1 mg/mL ของสารสกัด และ 0.01 mg/mL ethylhexyl-4- methoxy cinnamate (EHMC)ผลการศึกษาพบว่าไดคลอโรมีเทน เอทิลอะซิเตท เมทานอลและเอทานอล 85% ป้องกันการดูดซึมของ UVA และ UVB ได้ดี และฤทธิ์ของการคัดกรองรังสี UV ของสารสกัด ยกเว้น เฮกเซนและน้ำประมาณ 10 เท่าต่ำกว่า EHMC ดังนั้นสารสกัดจากทานาคาอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการใช้เป็นการตรวจวัดการคัดกรองรังสี UV  ในการใช้ในเครื่องสำอางในอนาคต

ฤทธิ์ต้านการอักเสบ

ได้ทำการศึกษาในหลอดทดลองเพื่อศึกษาฤทธิ์การยับยั้ง NO ในเซลล์เม็ดเลือดขาว สารสกัด ทั้งหกชนิดของทานาคาในสารละลายที่มีความเข้มข้นแตกต่างกัน(Water  extract, hexane extract, ethyl acetate extract, dichloromethane extract, 85%ethanol extract, methanol extract) แสดงให้เห็นว่าการสังเคราะห์ NO ขึ้นกับความเข้มข้นของสารสกัดทานาคา(dose-dependent)  โดย

    • ใน Original powder ไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ 10.0 mg/ml
    • ใน Pathenolide ซึ่งเป็นยาต้านการอักเสบ สามารถต้านการอักเสบได้ถึง 80%  ที่ความเข้มข้น   0.003 mg/ml

สรุปฤทธิ์ในการต้านการอักเสบของสารตัวอย่างสามารถเรียงได้ดังนี้ hexane extract > dichloromethane extract  > ethyl acetate extract > 85%ethanol extract > methanol extract > Water  extract

ฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase (เอนไซม์ที่ใช้สังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน)

การศึกษาการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ของสารสกัดเปลือกทานาคาในน้ำในความเข้มข้นต่างๆ (1mg/ml, 0.5 mg/ml, 0.4 mg/ml, 0.3 mg/ml และ 0.2 mg/ml) โดยใช้ Spectrophotometr พบว่าสารสกัดของเปลือกทานาคาในน้ำทุกความเข้มข้น ให้ผลการยับยั้งอย่างอ่อนต่อเอนไซม์ Tyrosinase และมีฤทธิ์น้อยกว่า Kojic acid ซึ่งเป็นสารมาตรฐานในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่นิยมใช้ในเครื่องสำอาง 50-150 เท่า

การศึกษา Cytotoxicity

การศึกษา Cytotoxic activity ของผงเปลือกทานาคา และสารสกัดใน Organic solvent โดยใช้ MTT assays และ    Calorimetric method ในการวัดการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยใช้เซลล์ melanoma A-375 cell line  โดยเทียบกับ   Doxorubicin เป็น positive control แปรผลเป็นค่า IC50 ซึ่งพบว่า Original powder นั้นมีค่า IC50 ที่สูงมาก ถือได้ว่าไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์เมื่อเทียบกับ Doxorubicin และสารสกัดเปลือกทานาคาใน Organic solvent ซึ่งในการใช้ทางเครื่องสำอางเป็นการใช้ตัวทำละลายเป็นน้ำ จึงไม่เกิดความเป็นพิษ

สรรพคุณ

สรรพคุณตามภูมิปัญญาท้องถิ่น และ ตาม ตำรายาไทย

  • ส่วนของใบ แก้ลมบ้าหมู
  • ส่วนของ ราก เป็นยาถ่าย
  • ส่วนของ ผล เป็นยาบำรุง
  • ส่วนของ แก่น ดองเหล้ากินแก้กษัย (การป่วยที่เกิดจากหลายสาเหตุ ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม ซูบผอม โลหิตจาง) โลหิตพิการดับพิษร้อน

ยาพื้นบ้าน 

ใช้ต้น ต้มน้ำดื่มครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น แก้ปวดตามข้อ ปวดเมื่อย เส้นตึง แก้ร้อนใน แก้โรคประดง (อาการโรคผิวหนังมีผื่นคัน เป็นเม็ดขึ้นคล้ายผด คันมาก มักมีไข้ ร่วมด้วย)

ชาวพม่า 

ใช้เนื้อไม้ นำมาบด ฝน หรือทำให้เป็นผงละเอียด จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้ทาผิวหนัง ทำให้ผิวเนียนสวย เป็นส่วนผสมหลักในเครื่องประทินผิวแบบโบราณหลายชนิด ใช้ผสมในเครื่องหอม ที่เรียกว่ากระแจะตะนาวนิยมใช้กันมากในประเทศพม่า

เอกสารอ้างอิง

  1. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีพรรณไม้. สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์: โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮาส์; 2538.
  2. M.N.S NAYAR, C.V. Sutar, M.K. Bhan. Alkaloid in stem bark of Hesperethusa Crenulata. Phytochemistry. 1971, 10: 2843-44
  3. Wangthong Sukulna. Biological activities of THANAKA Hesperethusa crenulata Stem bark [dissertation]. Bangkok: Chulalongkorn university; 2010